07.08.08
confirming the story of newapartment
ตื่นมาเป็นแจ๋วแต่เช้า ล้างจานจนมือเปื่อย พอมานั่งอยู่นี่ก็นึกไม่ออกซะละว่าจะอัพเรื่องอะไร เหมือนจะนึกออกอยู่ตอนล้างจาน แต่ก็ช่างเหอะ เอาเป็นว่า มาต่อเรื่องที่เล่าค้างไว้ละกัน
เรื่องที่บอกว่าสามารถคอนเฟิร์มเรื่อง หอใหม่ของฉัน ได้…
หลังจากวันนั้น ฉันกับรูมเมทตัวติดกันแทบจะเป็นตังเม แน่นอน ฉันไม่ยอมอยู่ในห้องคนเดียวแน่ๆ ฮะฮ้าา..(อยู่หลายคนแล้วมีประโยชน์อะร๊ายยยT^T) เพื่อนฉันทั่วทั้งหอพัก แวะเวียนกันมาดู ด้วยความห่วงใยอยู่เรื่อยๆ และในวันสบายๆวันนึง..
ฉันนั่งอ่านนิตยสารวัยรุ่นอยู่ที่หัวเตียงฝั่งตัวเอง อย่างสบายอารมณ์ที่สุด (อุ่นใจ หุหุ) รูมเมทฉันนั่งเล่นคีร์บอร์ดอยู่ตอนกลางของเตียง ฝั่งฉันเช่นกัน และหันหลังให้เพื่อนๆ (หันข้างให้ฉัน) เพื่อนฉันอีก 2 คน มานั่งเล่นที่ห้อง คนนึงอ่านเตรียมสอบบนโต๊ะญี่ปุ่นที่พื้นห้องอีกฝั่ง อีกคนอ่านอะไรไม่รู้จำไม่ได้ บนเตียงอีกข้าง.. รูมเมทกำลังเล่นเพลงแบบเมดเล่ เล่นต่อเนื่อง อยากเล่นเพลงไหน ท่อนไหนก็เล่น ไม่ได้เล่นจบเป็นเรื่องเป็นราวซักเพลง เล่น 2 มืออย่างชำนาญ และเมามัน หึๆๆ เล่นซักพัก ก็ได้ยินเสียงเคาะจังหวะดังออกมาจากเครื่อง.. ยัง.. อันนี้ของแท้.. เสียงเคาะจังหวะที่จะออกมากับปุ่มกดอัดเสียงที่เล่น ..ฉันก็เฉยๆ ไม่ได้สนใจ ..สักพัก คุณเธอกดปุ่มนึง แล้วเสียงดนตรีแบบสำเร็จที่มีในเครื่องก็ดังออกมา.. ฉันก็งง ถามว่าทำไรอ่ะ?? ..เค้าตอบว่า.. “ก็ได้ยินเสียงเคาะจังหวะอ่ะ ไม่รู้ดังจากไหน นึกว่าเป็นเสียงดนตรีที่มีในเครื่อง เลยจะกดปิด” ..อ่าวว.. ฉันยังคงงง “รู้สึกจะเป็นเสียงกดอัดนะ ลองเล่นที่ถูกบันทึกไว้ดูสิ” …มีเพลงถูกอัดไว้จริงๆ.. เป็นเพลง Love is colorblind เพลงสุดท้ายที่รูมเมทฉันเล่น ก่อนจะมาวุ่นวายกะปุ่มต่างๆ.. ที่สำคัญคือ.. มันเป็นโน๊ตตัวแรกของเพลงนี้.. อย่างที่บอก เล่นมั่วตามใจขนาดนี้ ต่อให้เป็นคนนั่งฟัง มือไวขนาดไหน ก็ไม่มีทางกดบันทึกโน๊ตตัวแรกทัน เพราะไม่รู้ว่าคุณเธอจะเล่นเพลงนี้มั้ย และจะขึ้นเมื่อไหร่….
ด้วยความที่อยู่กันตั้ง 4 คน ประตูห้องก็เปิดไว้ ความกลัวเลยไม่บังเกิด รูมเมทฉันด้วยความคะนองก็โพล่งออกมาว่า “อ๋อ ชอบเพลงนี้ใช่มั้ยคะ จัดห้ายย” แล้วเธอก็เริ่มเล่นเพลงนี้อีกครั้ง ด้วยความสนุกสนาน ..ฉัน.. กำลังเอนตัว กลับไปพิงหัวเตียง และอ่านนิตยสารต่อ ทันใดนั้น.. เสียงกลองชุด.. ฉาบ.. ต่างๆที่ มีปุ่มเป็นเสียงเสริมอยู่บนเครื่องก็พากันทยอยออกมา คลอเสียงเพลง = =” ฉันปิดหนังสือ นั่งมองคีร์บอร์ดนิ่งๆ รูมเมทฉัน หันมาถามว่าอะไรหรอ? ..ฉันก็รู้ทันทีว่า.. นี่ฉันได้ยินคนเดียว.. ใช่มะ.. ว่าแล้วก็ลุกจากที่ พาตัวเองออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ..(ที่เหลือก็วิ่งตามมาอย่าง งงๆ)..
จากนั้น ทั้งฉันทั้งรูมเมท ก็สัมผัสถึงอะไรบางอย่างในห้องได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เช่น ถ้าคนนึงอยู่ในห้องน้ำ อีกคนอยู่ในห้อง ต่างคนต่างก็จะได้ยินอีกฝ่ายเรียกตัวเอง ทั้งๆที่ไม่มีใครพูดอะไร เป็นต้น ความเป็นตัวตนที่ชัดเจนขึ้นจน ..ฉัน.. ทนไม่ไหว เลยต้องมานั่งปรึกษากันว่า มันเกิดอะไรขึ้น.. ก็พบคำตอบว่า ..วันแรกที่รูมเมทเข้าห้องมา เค้าเอาพวงมาลัยมาไหว้ที่ห้อง และทิ้งไว้จนแห้ง บนตู้เสื้อผ้า (ถ้าอยู่ศาลายาเรื่องแบนี้จะไม่เกิดขึ้น มันหยองมากจอร์จ = =”)..
สรุปคือ เพราะฉัน ยังไม่ได้ไหว้บอกเค้าเป็นเรื่องเป็นราว.. ก็เลยไปหาพวงมาลัยมาไหว้บอกที่ห้องว่า ..ฉันรับไม่ไหวแล้วนะจ๊ะ.. แล้วก็เอาพวงมาลัยไปวางที่พระภูมิหน้าหอ ก็เป็นอันจบเรื่องราวอันวุ่นวายครั้งนี้ ..จบเลยจริงๆ เย้ๆๆๆๆๆๆๆ
heeroearth กล่าว,
กรกฎาคม 8, 2008 ที่ 11:46 pm
เราก็เคยเจอเรื่องทำนองนี้นะ ตอนย้ายเข้าศาลายาวันแรกกลางเทอม 1
จำได้ว่าปั่น LA หน้าหอ 10 ล้มครืดๆๆๆๆๆ เป็นทางยาว ทั้งๆ ที่เป็นคนขี่จักรยานแข็ง
ก็พอไปไหว้ศาลเจ้าขุนทุ่งก็ดีขึ้น
มีคนเค้าบอกว่าท่านมาทักอ่ะ
milkchoco กล่าว,
กรกฎาคม 9, 2008 ที่ 5:33 pm
ทักซะ… = =”