07.07.08
Monday again
วันเวลาผ่านไปเร้ว…เร็วนะ แป๊บๆก็หมดอาทิตย์ แป๊บๆก็เดือน แป๊บๆก็ปี ยังไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันซักอย่าง หลายอย่างที่ plan ไว้ว่าจะทำ ไอ่ตอนที่ plan ก็ ไม่มีเวลาทำ พอมีเวลาจริงๆก็ทำให้มันไม่มีซะได้ สรุปคือยังไม่ได้ทำอะไรซักอย่าง อยู่ไปเปล่าๆ หายใจทิ้ง..
ตอนนี้ที่ทำอยู่คือดิ้นรนหางาน เพื่อที่จะได้มีเงิน จะได้มีปัจจัย 4, 5, 6 ….. ฯลฯ อย่างที่เรารู้กัน สมัยนี้ แค่ 4 มันพอที่ไหน ทุกคนบนโลก ก็ดิ้นรนเพื่อที่จะครอบครองปัจจัยส่วนเกิน (5,6,7,8, บลา บลา) เอามาบำรุงกายเนื้อ ซึ่งเราก็ครอบครองได้แค่ชั่วคราว เราต่างก็รู้กันดีว่าวันนึง กายนี้ก็ต้องผุพังสลายไป ฉะนั้นจริงๆแล้ว เราไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่าปัจจัย 4 หรอก แล้วที่ดิ้นรนอยากได้นู่นนี่มากมายไว้เพื่ออะไร??.. ตกลงว่า ทุกวันนี้ที่นั่งหัวโด่เด่ชี้ฟูไม่เป็นทรงกันอยู่เนี่ย เพื่ออะไร??
เป็นอะไรที่คิดแล้วปวดเซลล์ซีรีบรัมตุ๊บๆ คิดแล้วก็ปลง จะออกบวชซะอย่างนั้น… แต่ก็กลัวจะไม่มีกิน ก็สมัยนี้ไม่มีภิกษุณี บวชชี ไม่ได้บิณฑบาตร กินของเก่าที่เราทำมาทั้งนั้น.. ชีวิตเรา อยู่บนโลกอย่างนี้จะหยุดดิ้นรนก็ไม่ได้ เหมือนเดินในสำเพ็งอ่ะ ต่อให้ไม่เดินแต่ถ้าไม่อยากโดนเหยียบตาย ก็ยังต้องไหลไปตามกระแสชนที่ดันไปอยู่ดี
ตอนนี้โลกเรากำลังป่วย คนโรคจิตผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในป่าดิบชื้น แต่ละคดีตามหน้าหนังสือพิมพ์ ชวนให้สลดสังเวชใจยิ่งนัก ขนาดในวงการที่เป็นที่เคารพบูชา อย่างครูอาจารย์ วงการสงฆ์งี้ ก็ยังมีเรื่องอุบาทว์เกิดขึ้นมากมายนัก ..เหนื่อยใจ..
หัวข้อที่แล้ว ประสบการณ์อันระทึกของฉัน หลายคนอ่านแล้วอาจคิดว่า.. ไอ่นี้มันบ้าหลอนไปเองรึเปล่า.. ตอนแรกฉันก็คิดอย่างนั้น แต่แล้ว หลังจากนั้น ก็เกิดเหตุขึ้นอีก.. ซึ่งเป็นการคอนเฟิร์มว่า.. เหตุการณ์ที่ผ่านมาน่ะ ของจริงแท้แน่นอน
สำหรับคุณสหายที่ถามเรื่องที่เกิดที่ค่ายรับน้องภาค ไว้ว่างๆจะเล่าให้อ่าน แต่อาจเป็นการคอมโบ้กัน สำหรับเหตุการณ์ยิบย่อยแบบนี้ คือพอดีว่า มันนิดเดียวอ่ะ แล้วก็ไม่มีโอกาสได้ทดลองซ้ำเพื่อย้ำให้ชัดเจน เหมือนเรื่องที่ผ่านมา ก็แปะไว้ก่อนนะจ๊ะ