07.05.08
หอใหม่ของฉัน
เรื่องที่แล้วเกิดขึ้นขณะที่ฉันอยู่ปี 1 พอขึ้นปี 2 ฉันต้องย้ายไปเรียนในเมือง (ย้ายวิทยาเขต) ต้องไปอยู่หอพักของเอกชนนอกมหาวิทยาลัย ฉันเลือกที่จะอยู่กับเพื่อนสาวคนนึงที่เป็น คู่ทำแล็ปด้วยกัน เพื่อนฉันเป็นคนหาหอพัก และย้ายเข้าไปอยู่ก่อนฉัน 2 สัปดาห์ หลังจากนั้น ฉันก็ย้ายเข้ามา ด้วยความสบายใจ (เพราะเพื่อนก็นอนได้คนเดียวมาตั้ง 2 อาทิตย์ไม่มีปัญหาอะไร)
คืนแรก กลางดึก อากาศร้อนอบอ้าว ห้องฉันอยู่ชั้น 6 ประตูทางด้านระเบียงเปิดอยู่ มีพัดลมขนาดพอดีเมื่อเทียบกับขนาดห้อง กำลังทำงานอย่างแข็งขัน ..แต่ฉันยังคงร้อนมาก จนนอนไม่หลับ ฉันพลิกตัวมาทาง เพื่อนซี้ที่นอนอยู่ข้างๆ เพื่อนหันมายิ้มหวานน หวานแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ตาเยิ้มเป็นประกาย แล้วบอกว่า “ร้อนเนอะ” แล้วก็ดึงผ้าห่มขึ้นถึงคอ หันหลังให้แล้วหลับต่อ.. วินาทีนั้นฉันอุ่นใจว่า เอ้อ อย่างน้อยเพื่อนก็ยังตื่นอยู่นะ ..แล้วฉันก็ทนความง่วงไม่ไหว หลับไป.. เช้าขึ้นมาฉันคุยกับเพื่อน ว่าเมื่อคืนเป็นไรไม่รู้ ร้อนมากนอนไม่หลับเลย เพื่อนฉันทำหน้าสงสัย แล้วถามว่า “ร้อนหรอ เราหลับสบายเลย อากาศกำลังสบายออก”
..อ่าว.. มิน่า.. บอกว่าร้อน แต่ห่มผ้าคลุมตั้งแต่เท้าจนถึงคอเลย.. = =” เอ๊ะๆๆๆๆ…
————————————————————————————-
หลังจากนั้น.. ฉันอยู่ที่นี่ สนุก และเดินทางสบายจนลืมเรื่องเล็กน้อยตอนคืนแรก รูมเมทฉันคนนี้มีพรสวรรค์เรื่องดนตรี ชอบเล่นเปียโน ฉันจึงเอาคีร์บอร์ด (เหมือนอิเล็คโทนแต่มีแถวเดียว) มาเล่นกันที่ห้อง คีร์บอร์ดเครื่องนี้อยู่กับฉันมานานมาก อายุเกือบเท่าฉันได้ แต่ก็ยังเล่นสนุก แล้ววันนึงก็เกิดเรื่อง…
เช้าวันนึง ขณะที่ฉันกับเพื่อนกำลังหลับสบาย ..ตึง..ตึง..เสียงตัวโน๊ตดังขึ้น โทนเสียงแรกเลยที่เปิดเครื่องฉันจำได้ ฉันลืมตาโพลง (มันดังมากจริงๆ) ลุกขึ้นดูด้วยความมั่นใจมากๆๆๆๆ ว่า ต้องมีเพื่อนฉันนั่งเล่นอยู่.. ไม่มี.. ไม่มีใคร.. รูมเมทฉันยังคงหลับ ..คีร์บอร์ดยังคงถูกเก็บอย่างเรียบร้อยในลิ้นชักใต้โต๊ะ.. ไม่ได้เสียบปลั๊ก.. และแน่นอน ไม่มีถ่าน (ไม่เคยใส่เลย)
เมื่อเห็นดังนั้น ฉันจึงล้มตัวลงนอน หันหลังกลับ หมายจะหลับต่ออีกซักนิด.. ตึ่ง..ตึ่ง.. ดังอีกแต่เบากว่าเดิมเกือบครึ่ง (ครั้งแรกดังมาก..ลดลงครึ่งก็ยังดังอยู่) คราวนี้ฉันตาสว่าง ลุกพรวด ขึ้นมาจ้องมองไปที่คีร์บอร์ดซึ่งนอนเีรียบร้อยอยู่ใต้โต๊ะ ..ตึ่ง..ตึ่ง..ฉันละกิดเพื่อนที่นอนข้างๆ “ได้ยินเสียงไรป่ะ” เพื่อนทำหน้างง “เสียงคีร์บอร์ดอ่ะ” เพื่อนก็นิ่ง รอฟัง.. ตึ่ง..ตึ่ง “เนี่ยๆๆ..ได้ยินใช่ป่ะ ดังมาจากไหนไม่รู้อ่ะ” คราวนี้เพื่อนเบิกตาโพลง “อะไร?? ไม่เห็นได้ยินอะไรเลย” อ้าวววว..อะไรอีกล่ะเนี่ยย ฉันคิด “จริงหรอ ลองตั้งใจฟังดูอีกทีดิ เนี่ย ระหว่างที่คุยกันก็ยังดังอยู่ทีละ ตึง สอง ตึง เนี่ยย” ..เพื่อนเงียบซักพัก ยืนยันว่า ไม่ได้ยินอะไรเลย = =” เอาอีกแล้วฉัน เหมือนเดิม ฉันพูดกับคีร์บอร์ดใต้โต๊ะ “ฉันไม่รู้ว่า ฉันทำอะไรรบกวนหรือลบหลู่ใครรึเปล่า ..ถ้าใช่ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันมาพักที่นี่เพื่อมาเรียน ..แต่ ถ้าแค่อยากจะเล่น.. ก็เล่นไป ฉันอนุญาต แต่ขอนะ.. ขออย่าให้ฉันได้ยินนะ” เสียงดนตรีเงียบไปนานเลย จนเพื่อนฉันนอนใจ จึงลุกเข้าห้องน้ำไป
..เมื่อประตูห้องน้ำปิดปั๊บ.. ฉัน..นั่งนิ่งๆอยู่กลางเตียง ยังคงจ้องมองคีร์บอร์ดใต้โต๊ะ …ตึ่ง..ตึง.. เสียงตัวโน๊ตกลับมาอย่างแผ่วเบา.. ตึ่ง..ตึง..ดังขึ้นมาอีกนิด.. ตึ่ง..ตึง..ฮั่นแน่ มีเปลี่ยนโทนเสียง …ตึ่ง..ตึ่ง..ตึง.. กด 3 ทีเริ่มพัฒนา ..ตึ่ง..ตึง.. เสียงตัวโน๊ตดังขึ้นเรื่อยๆ…… จนเกือบจะเท่าอันแรกที่ทำฉันตื่น.. ถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ ปลายปีฉันอาจได้นักดนตรีส่วนตัว ..แต่ฉันไม่อดทนขนาดนั้น ฉันเรียกเพื่อน แล้วพากันออกจากห้อง..อย่างเร็วที่สุด เท่าที่ขาฉันจะอำนวย
แน่นอนว่า.. เมื่อก้าวออกจากห้อง ฉันก็ไม่ได้ิยินเสียงตัวโน๊ตใดๆอีก ไม่เช่นนั้น ฉันอาจต้องพาตัวเอง ไปใช้สิทธินัักศึกษาที่โรงพยาบาล..