06.20.08
is it a bad day?
ตื่นเช้าขึ้นมาก็พบว่าตัวเองเป็นหวัดงอมแงม ไม่รู้ติดจากน้องชายหรือน้องหมา เจ็บคอ คัดจมูก และเห่าแทนน้องหมาได้อย่างใกล้เคียง รู้สึกไม่แข็งแรง ไม่พร้อมจะออกไปเผชิญโลกภายนอกเลย (อันนี้ก็เว่อเกิน) เพื่อนบอกให้ไปหาหมอได้แร้วว ทำไมต้องไปหาหมอ ยาที่หมอให้ก็รักษาไปตามอาการ อย่างดีก็ให้ anti-biotic ซึ่งเป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ก็ในเมื่อฉันเป็นหวัด มันเป็นเชื้อไวรัส สุดท้ายก็ต้องอาศัยระบบภูมิคุ้มกันอันแข็งแกร่งของร่างกาย (ซึ่งตอนนี้คงตั้งรับม่ะทัน เลยซวนเซไปบ้าง) จัดการอยู่ดี ฉะนั้น ก็ไม่เห็นจะต้องไปหาหมอ เอายานู่นนี่ที่มันไม่ได้ฆ่าหวัดเราโดยตรง มากินให้เปลืองเซลล์ตับเลย จริงมะ!! อิอิ
เมื่อคืนดูสัมพาดปรียานุช ปานประดับ (อดีต)นางงามคนสวย จนป่านนี้ก็ยังสวย ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะมีโรคมารุมเร้ามากมาย ตั้งแต่หัวจรดเท้า ป่วยทั้งตัว หนักสุดก็เห็นจะเป็นโรคข้อ กะเนื้อเยื่ออักเสบ หนักยังไง? ก็ดูสิว่าทั้งเนื้อทั้งตัวมีตรงไหนที่ไม่ใช่ข้อกะเนื้อเยื่อบ้าง แต่สิ่งนึง ที่ได้จากผู้หญิงคนนี้ก็คือ เธอยิ้มแย้ม ร่าเริง แจ่มใส อารมณ์ดี ขี้เล่นตลอด แม้ว่าเธอจะเจ็บป่วยมาตลอดชีวิตของเธอ ใจเธอสู้มากๆ คงเพราะเธออยู่กับความทุกข์มาตลอด สุขเพียงชั่วเวลาสั้นๆ ก็มีค่ามากสำหรับเธอ ดังนั้น เวลาที่เธอไม่ป่วย เธอจึงตักตวงช่วงเวลาอันเป็นสุขอย่างคุ้มค่าที่สุด ผิดกับคนปกติ ชีวิตราบรื่น ซึ่งสำหรับเธอมันคือวินาทีแห่งความสุข แต่คนเหล่านั้น กลับมองไม่เห็นความสุขที่ตัวเองมีอยู่ กลับดิ้นรนไปเสาะแสวงหาความสุขจากที่อื่น เรียกร้องจากคนอื่น เมื่อมีความทุกข์เข้ามาเพียงช่วงนึงของชีวิต รู้สึกว่าหนักหนาสาหัส ที่ทนไม่ได้และจบชีวิตตัวเองไป โดยทิ้งภาระมากมายไว้ให้คนเบื้องหลังก็เยอะ ถ้าเค้าเหล่านั้นจะหยุด และมองดูคนอื่นๆสักนิด เค้าอาจจะพบว่า ปัญหาของเค้าเป็นแค่เรื่องเล็กน้่อยจิ๊บจ๊อยไปเรย
เมื่อใดที่พบกับปัญหา เผชิญหน้ากับขวากหนามยิ่งใหญ่เพียงใด หากเกิดความท้อแท้และคิดจะยอมแพ้โชคชะตา ขอให้หยุดสักนิด แล้วก้าวออกมา่จากมุมที่ยืนอยู่ ออกไปมองดูโลกภายนอก ไปมองดูชีวิตคนอื่น อาจได้พบวิธีแก้ปัญหา และ่พบว่า.. เมื่อหันกลับไปมองตรงที่ตัวเองเคยยืน คุณสามารถ..ยิ้ม…กับตัวเอง..และหัวเราะ..ให้กับความเขลาของตัวเองในอดีต